การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

  • การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เป็นการท่องเที่ยวที่เน้นการศึกษาและเยี่ยมชมสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์ และสถานที่ที่เคยเป็นเหตุการณ์สำคัญในอดีต เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตของภูมิภาคหรือประเทศนั้น ๆ การท่องเที่ยวประเภทนี้ช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และช่วยอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป

  • แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์บ้านปราสาท ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแหล่ง ได้แก่ กู่บ้านปราสาท, พิพิธภัณฑ์บ้านปราสาท, และหลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่1-3 บ้านปราสาท และเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในพื้นที่บ้านโนนวัด ต.พลสงคราม อ.โนนสูง ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ทางโบราณคดีบ้านโนนวัด และปรางค์พลสงคราม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญของอำเภอพิมาย ได้แก่ อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ และปราสาทหินพิมาย

แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

กู่บ้านปราสาท

“ปราสาทกู่บ้านปราสาท” สันนิษฐานว่า เป็นศิลปะแบบเกาะแกร์ สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ราวพุทธศตวรรษที่ 15 เพื่อเป็นศาสนสถานในคติศาสนาฮินดู ประกอบด้วยปราสาทอิฐ 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ทำจากศิลาแลง ในแนวทิศเหนือ-ใต้ ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วโดยมีซุ้มประตูทางเข้าทางทิศตะวันออกด้านเดียว นอกกำแพงสันนิษฐานว่า เดิมล้อมรอบด้วยคูน้ำรูปตัว U ภายในกำแพงแก้วมีอาคารอิฐ 1 หลัง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

พิพิธภัณฑ์บ้านปราสาท

พิพิธภัณฑ์บ้านปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีลักษณะเป็นห้องจัดแสดงสิ่งของที่ขุดค้นได้จากแหล่งโบราณคดีบ้านปราสาทที่เป็นแหล่งโบราณคดีแห่งที่สองต่อจากบ้านเชียง เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือหิน โครงกระดูกมนุษย์โบราณ และสิ่งของอื่น ๆ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในยุคโบราณ พิพิธภัณฑ์บ้านปราสาทเปิดให้เข้าชมฟรี โดยมีชาวบ้านนำชมช่วงเวลา 08.00-16.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.044367075

หลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่ 1

หลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่ 1 ค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ยุค 1,500-3,000 ปีก่อน ฝังอยู่ในชั้นดินระดับล่างสุดลึก 5.5 เมตร โดยมีคติในการฝังคือจะนำเครื่องประดับ เช่น กำไลเปลือกหอย ลูกปัด แหวนสำริด กำไลสำริด เครื่องประดับศีรษะทำด้วยสำริดและภาชนะของผู้ตายฝังร่วมไปด้วยกับผู้ตาย ซึ่งลักษณะภาชนะเป็นภาชนะดินเผาเคลือบน้ำดินสีแดง ลายเชือกทาบ ภาชนะมีคอแคบปากบาน และภาชนะแบบพิมายดำ คือ มีสีดำ ผิวขัดมัน เนื้อหยาบบาง

หลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่ 2

หลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่ 2 ค้นพบโครงกระดูกมนุษย์และเครื่องประดับกำไลสำริด ในดินชั้นบนพบร่องรอยของศาสนสถานในพุทธศตวรรษที่ 13-16 เรียกกันว่า "กู่ธารปราสาท" และพบเศียรพระพุทธรูปในสมัยเดียวกัน ศิลปะทวารวดีแบบท้องถิ่น นอกจากนี้ยังพบรูปปั้นดินเผาผู้หญิงครึ่งตัวเอามือกุมท้องลักษณะคล้ายตั้งครรภ์ และชิ้นส่วนลายปูนปั้นประดับปราสาท โดยโบราณวัตถุที่ค้นพบได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย

หลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่ 3

หลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่ 3 ค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ในชั้นดินที่ 5.5 เมตร เป็นผู้หญิงทั้งหมด และกระดูกทุกโครงในหลุมนี้ไม่มีศีรษะ และภาชนะนั้นถูกทุบให้แตกก่อนที่จะนำลงไปฝังด้วยกัน นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเป็นโครงกระดูกของผู้หญิงที่ถูกประหารชีวิตและนำศีรษะไปแห่ประจาน และได้พบส่วนกะโหลกอยู่รวมกันในอีกที่หนึ่ง ซึ่งห่างจากจุดเดิมเพียง 500 เมตร ชาวบ้านปราสาทจะร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลในวันที่ 21 เมษายน ของทุกปี

ศูนย์เรียนรู้บ้านโนนวัด

ศูนย์เรียนรู้บ้านโนนวัดเป็นห้องจัดแสดงหลักฐานทางโบราณคดีจากแหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัดที่มีหลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่ใหญ่ที่สุด และมีความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมที่ยาวนานที่สุดในประเทศไทย ตัวแหล่งขุดค้นตั้งอยู่ในเขตตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ภายในได้มีการขุดพบหลุมศพ กระดูกมนุษย์ เครื่องประดับ และไหโบราณลวดลายงดงาม ซึ่งมีอายุร่วมสมัยกับแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง คือประมาณ 4,500 ปี

ปรางค์พลสงคราม

ปรางค์พลสงครามเป็นปราสาทที่ก่อด้วยศิลาแลงและศิลาทรายประกอบไปด้วย ปราสาทประธาน ๑ หลังภายในห้องครรภคฤหะพบฐานประติมากรรมหินทรายด้านบนประดิษฐานเทวรูปจำลอง ๓ พระองค์ชาลาดำเนิน ๑ แห่ง ปรากฏหลุมเสาเรียงตามขอบของชาลาดำเนิน ซึ่งมีการขุดค้นพบเศษหลังคา กระเบื้องดินเผา และบราลีดินเผา บรรณาลัย ๑ แห่ง ภายในพบแท่นประดิษฐานรูปเคารพ ๑ ชิ้น ส่วนโคปุระพบแท่นประดิษฐานรูปเคารพ ๒ ชิ้น

อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์

ทุ่งสัมฤทธิ์เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ท้าวสุรนารี (ย่าโม) นำชาวโคราชสู้รบกับกองทัพเวียงจันทร์ของฝ่ายเจ้าอนุวงศ์จนได้ชัยชนะ และมีสตรีผู้กล้าหาญร่วมต่อสู้อีกท่านหนึ่งคือ นางสาวบุญเหลือ ซึ่งเป็นผู้พลีชีพด้วยการจุดไฟทำลายเกวียน ที่บรรทุกดินระเบิดจนตัวตาย ต่อมา ชาวบ้านทุ่งสัมฤทธิ์ ได้ร่วมกันสร้างศาลสถิตดวงวิญญาณนางสาวบุญเหลือ และวีรชนชาวโคราชเอาไว้บริเวณทุ่งสัมฤทธิ์ เพื่อกราบไหว้สักการะ

ปราสาทหินพิมาย

ปราสาทหินพิมาย สร้างขึ้นตามความเชื่อเกี่ยวกับสวรรค์ และโลกมนุษย์ เป็นปราสาทหินทรงขอมโบราณแบบบาปวน ประกอบด้วยปราสาทหินในสมัยอาณาจักรขอมที่ใหญ่โตและงดงาม สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ราวพุทธศตวรรษที่ 16 ลักษณะผังของปราสาทหินพิมายนั้นสร้างขึ้นคล้ายเขาพระสุเมรุ มีองค์ปราสาทประธาน ซึ่งอยู่ใจกลางของเทวสถาน เป็นเสมือนทางเชื่อมระหว่างโลกกับสวรรค์ และเป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย